เมื่อเช้าได้ฟัง วิทยุอยู่คลื่นหนึ่งที่เค้าถามผู้ฟังว่า คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการมีชีวิตคู่?ถามทั้งคนที่แต่งงานแล้วกับคนที่ยังโสด

มีคำตอบหนึ่งสะกิดใจนิดนึง พี่คนหนึ่งเข้ามาบอกว่า "คือการที่สามีทรยศ หักหลัง" แล้วแกก็เล่าให้ฟังว่าแกแต่งงานมาแล้ว 17 ปีมีลูกสอง สามีแกนอกใจมาแล้ว 7 ครั้งล่าสุดพึ่งรู้เมื่อไม่กี่อาทิตย์นี่เอง แต่แกก็อดทนเพื่อลูก ฟังแล้วก็รู้สึกจุกในอกพิกล อกอีแป้นจะแตก ทำไม๊ ทำไมคุณพี่ถึงยอมให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพนั่นได้ อยู่ด้วยกันตั้ง 17 ปีแล้วยังยอมให้เค้าทำร้ายเราอยู่เรื่อยๆ เพื่ออะไรเนี่ย ไม่เข้าใจเท่าไหร แต่ในอีกแง่ที่ตัวเองเป็นแม่ บุ๋มก็เข้าใจนะ คำว่าลูกมันมีอิทธิพล เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องการให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด พี่แกก็คงอยากดำรงความเป็นครอบครัวเพื่อให้ลูกรู้สึกมีครบ พ่อแม่

แต่บุ๋มก็ถามตัวเองนะว่า ถ้ามีครอบครัวที่ครบแล้วแต่เรามีชีวิตที่เหลืออยู่ไปแบบสังกะตาย ไม่มีความสุขได้แต่ทะเลาะกัน คำว่าครบมันจะมีประโยชน์อะไร? ถ้าเราเลิกกันไปเพื่อให้เราต่างคนต่างอยู่แต่ก็ยังมีบทบาทของพ่อแม่ร่วมกันโดยไม่ได้ทะเลาะกัน มันจะมีความสุขมากกว่าไหม? ทุกวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจคนสมัย รุ่นพ่อแม่เราที่เค้ายอมอดทน อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ถึงแม้จะไม่มีความสุขได้ยังไง

คำตอบที่สอง คือการที่สามีทำร้ายร่างกาย โอ้พระเจ้าช่วย กล้วยทอด การทำร้ายจิตใจก็ว่าหนักหนาสาหัสแล้วนะ แต่การที่โดนคนที่เรารักทำร้ายร่างกายนี้มันเหนือคำบรรยาย มันแย่สุดๆ บุ๋มก็ยิ่งไม่เข้าใจผู้หญิงทั้งหลายที่โดนทำร้ายแต่ยังยอมทนสักนิดเดียว สิทธิของความเป็นคนมันอยู่ที่ไหน ผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงได้เนี่ยมันเกิดมาจากท้องอะไร ไม่ใช่ท้องแม่ที่เป็นผู้หญิงหรือไงฟ่ะ   แอบโมโห

มีเพื่อนของน้องที่ทำงานคนหนึ่ง ก็อยู่ในข่ายแฟนทำร้ายร่างกายเหมือนกัน บุ๋มไม่ได้สนิทเค้ามากพอที่จะพูดให้เค้าตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองให้มากๆ ก็เลยได้แต่รับฟังปัญหาอยู่ห่างๆ ทั้งทีใจอยากจะบอกเค้าเหลือเกินว่า อย่าไปติดภาพอื่นๆ ที่บอกว่าเค้าดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียว คือการที่เค้าซ้อมหนู จะบ้าตายนี่แค่เป็นแฟน ยังโดนหลังแหวนตบปาก ถ้าวันใดที่เป็นเมียเค้านะ บรึ๊ยไม่อยากจะคิด เห็นร่ำๆว่าเค้าจะเอาแม่มาสู่ขอ ก็ได้แต่สวดมนต์อธิฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิดลบรรดา ให้เค้าไม่คิดสั้นแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น ต่อให้ดีให้ตายยังไงก็อย่าไปเอาตัวเองไปเสี่ยงเลย ชีวิตจะเหมือนตกนรกทั้งเป็น (นี่เราจะเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่าเนี่ย?)

คำตอบที่สาม " คือการที่สามีเปลี่ยนไป" ใครที่กำลังจะแต่งงานแล้วกลัวว่าจะเจอปัญหานี่นะ ขอบอกว่าไม่ต้องกลัวเลยเพราะมันมีแน่นอน เนื่องจากว่าเมื่อหลังจากที่เรามาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแล้ว ความคุ้นเคยมันก็จะบังเกิด ตัวตนที่แท้จริงมันก็จะเผยออกมา เค้าไม่ได้เรียกว่าเปลี่ยนไปหรอก แต่มันเห็นธาตุแท้ของกันและกันมากกว่า เป็นแฟนกันอาจจะยังอะไรปิดบังอยู่เพราะรักษาภาพไง พอแต่งงานแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร ที่นี่แหละแม่คุณเอ้ย เราจะแจ๊คพ็อคเจออะไรก็เท่านั้นเอง สมัยก่อนบุ๋มค่อนข้างหัวโบราณนะที่รับไม่ได้ที่เป็นแฟนกันแล้วมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อน ตอนนี้ชักเริ่มรู้สึกว่า เออมันก็น่าจะดีเหมือนกันนะ จะได้รู้เช่นเห็นชาติกันไปเลย ถ้ามันจะไปกันไม่รอด ก็ไม่ต้องแต่งจะได้ไม่ต้องมีคำว่าครอบครัวแตกแยกเพิ่มขึ้น ลูกจะได้ไม่ต้องมารับกรรม แต่สุดท้ายต่อให้ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแค่ไหน ก็ยังไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่า เราจะไม่เจออะไรแย่ๆในชีวิตคู่ ชีวิตมันออกแบบไม่ได้จริงๆ บุญกรรมทำมาไม่เหมือนกัน เพราะงั้นเจ้าสาวที่กลัวฝนทั้งหลาย ลุยเลย ถ้าคิดใตร่ตรองให้ดีที่สุดแล้วก็ไม่เห็นจะต้องกลัว ถ้าเค้ารักเราเสียอย่างไม่ว่ามีปัญหาอะไรก็ต้องปรับเข้ากันได้

ยังไงบุ๋มก็ยังเชียร์คนที่มีความรักทั้งหลาย ให้แต่งงานแล้วก็มีลูกคะ เพราะถึงจะเชื่อว่าถึงผู้ชาย 98%ในโลกเจ้าชู้ แต่อีก 2% ก็ยังมีผู้ชายดีหลงเหลืออยู่ ผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานก็อาจจะเป็น 1 ใน 100 ที่โชคดีก็เป็นได้ (เซ็งอ่ะ ผู้ชายยิ่งมีน้อยกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว แล้วดันเหลือที่ดีมีน้อยอีก)

คำตอบต่อไปที่ฟังแล้วเซ็งผู้หญิงคนนี้มาก she บอกว่า"กลัวว่ามีลูกแล้วสามีจะนอกใจ" ฟังแล้วก็ได้แต่คิดว่า อืม เอาสมองส่วนไหนมาคิดเนี่ย ? รู้สึกว่าsheให้ความสำคัญกับผู้ชายมากเกินนะ ถ้าเหตุผลว่าการมีลูกแล้วสามีจะนอกใจ ทำไมคนเค้าถึงมีลูกกันเต็มบ้านเต็มเมือง อยากจะโทรเข้าไปในรายการวิทยุแล้วฝากบอกเธอว่า ไอ้ที่ผู้ชายมันเจ้าชู้นะไม่ได้มีสาเหตุมาจากลูกเลย มันเป็นสันดานของพวกเค้าต่างหาก ผู้หญิงเราโดนฝังความคิดใส่หัวมาผิดๆ ว่าพอผู้หญิงท้องมีลูกแล้วร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้ชายเบื่อเลยมีชู้ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย พวกเค้าแค่เอามันมาเป็นเหตุผลอ้างให้เรารู้สึกผิดเท่านั้นเอง

ทำไมฟ่ะ ตั้งท้องทรมานตั้ง 9 เดือนลูกก็ลูกเค้าแล้วตูยังเป็นคนผิดอีกเหรอ ? ที่สรีระเปลี่ยนเนี่ย? ไม่รู้เพราะความคิดฝังหัวแบบผิดๆ นี่หรือเปล่าที่ทำให้ผู้หญิงสมัยนี้ หลายคนที่ไม่ยอมจะมีลูก บุ๋มว่าการแต่งงานเป็นครอบครัว การมีลูกคือส่วนที่เติมเต็มมากที่สุด ผู้ชายบางคนเค้าก็เปลี่ยนตัวเองได้เพื่อลูกก็มีถมไป ตัวบุ๋มเองถึงจะมีชีวิตรักที่ไม่มีความสุข แต่สิ่งที่มีค่าทีสุดที่ได้มาจากเค้าคือ ลูก ทุกวันนี้ลุกขึ้นมาใช้ชีวิตต่อไปได้เพราะรู้ว่าทำอะไรไปก็เพื่อใคร ทำงานกลับมาเหนื่อยๆ กลับมาเจอหนูอัยย์ ก็หายเป็นปลิดทิ้ง เศร้าแค่ไหนอยู่กับลูกก็มีความสุขได้ 

ถึงแม้จะเข็ดกับผู้ชายเจ้าชู้แต่ก็ยังไม่มองโลกในแง่ร้ายเกินไป ก็ยังเชียร์ให้คนเค้ารักกัน แต่งงานกันเพราะความรักเป็นสิ่งที่ดี มันทำให้โลกเน่าๆใบนี้ยังมีอะไรน่ารื่นรมย์อยู่ คนโสดทั้งหลาย ถ้ากลัวการแต่งงาน อยากบอกว่าอย่ากลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเลย เพราะอาจจะไม่เกิดแบบที่คิดก็ได้ เราจะเสียเวลานั่งกังวลไปเสียเปล่า แค่คิดดีทำดี แล้วก็มองโลกในแง่ดีมากๆเข้าไว้ เดี๋ยวสิ่งที่ดีๆ มันก็ตามความคิดเรามาเอง

Comment

Comment:

Tweet

สม

#2 By (202.149.25.234) on 2009-08-22 08:58

big smile big smile

#1 By น้ามชา on 2009-02-07 04:23